
Anan ซึ่งหมายถึง "กิน กิน" ในภาษาเวียดนาม คือร้านแรกในบรรดาร้านอาหารสองร้านที่ได้แรงบันดาลใจจากสตรีทฟู้ด ซึ่งสร้างสรรค์โดยเชฟเจ้าของรางวัลอย่าง ปีเตอร์ เกือง แฟรงคลิน (Peter Cuong Franklin) ปีเตอร์มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติในเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการนำอาหารเวียดนามแบบดั้งเดิมมาตีความใหม่ Anan Saigon ตั้งอยู่ในตลาดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของนครโฮจิมินห์ พร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ตอบสนองทุกประสาทสัมผัสอย่างสมบูรณ์แบบ แรงบันดาลใจสำหรับเมนูต่างๆ มาจากวัฒนธรรมอาหารอันยาวนานและมีชีวิตชีวาของเวียดนาม โดยใช้วัตถุดิบสดใหม่จากตลาดสดฝั่งตรงข้ามถนน และวัตถุดิบชั้นเลิศที่คัดสรรมาจากแหล่งอื่นๆ ที่ห่างไกลออกไป ส่วนชั้นบนคือ NHẬU NHẬU ซึ่งเป็นบาร์เฝอเวียดนามสไตล์โมเดิร์น ได้ชื่อมาจากกิจกรรมยามว่างของชาวเวียดนามที่แปลคร่าวๆ ได้ว่า "การสังสรรค์พูดคุยระหว่างกินดื่ม"
ที่นี่คือจุดที่คุณจะได้ลิ้มลองบั๋ญหมี่ (bánh mì) ราคา 100 ดอลลาร์สหรัฐ ที่แม้จะมีเสียงวิจารณ์แต่ก็มีความสร้างสรรค์อย่างชาญฉลาด หรือจะลองชิมพิซซ่ามาเกริต้าสไตล์ดาลัด (125,000 ดอง) หรือลิ้มรสเฝอสูตรพิเศษ phở dặc biệt (275,000 ดอง) ที่ทำจากเนื้อวากิว ไขกระดูก เอ็น และทรัฟเฟิลดำ อาหารที่เต็มไปด้วยจินตนาการไม่ได้หมดลงแค่นั้น เมนูของหวานยังมีรายการต่างๆ เช่น ไข่ช็อกโกแลต (125,000 ดอง) ที่ประกอบด้วยครีมไข่เค็ม ช็อกโกแลต และเสาวรส หากความคิดสร้างสรรค์นั้นยังไม่จุใจ คุณสามารถดื่มตามด้วยช็อตด้วงสาคู (55,000 ดอง) ที่ทำจากเหล้ารัม ด้วงสาคูสด และครีมกะทิ

แฟนๆ ของเชฟชื่อดังชาวออสเตรเลียอย่าง ลุค เหงียน (Luke Nguyen) น่าจะคุ้นเคยกับอาหารที่ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม หนังสือทำอาหาร และรายการโทรทัศน์ของเขาอยู่แล้ว ลุคยังเป็นหัวหน้าเชฟและผู้ก่อตั้ง Vietnam House ร้านอาหารเวียดนามร่วมสมัยที่ตั้งอยู่บนถนน Dong Khoi สายประวัติศาสตร์ในนครโฮจิมินห์ Vietnam House ให้บริการทั้งเมนูเซ็ตมื้อกลางวันและมื้อค่ำ แต่เมนู a la carte ที่มีให้เลือกสรรอย่างหลากหลายต่างหากที่คุ้มค่าแก่การลิ้มลอง เพื่อสัมผัสถึงความคิดสร้างสรรค์ของลุค รวมถึงความลุ่มลึกและหลากหลายของอาหารเวียดนามร่วมสมัย
ไฮไลต์ของเมนู ได้แก่ ทอดมันกุ้งย่างอ้อย (238,000 ดอง) ซี่โครงหมูไอบีริโกทอดพริกตะไคร้ (298,000 ดอง) และเกี๊ยวข้าวเหนียวอัญชันสไตล์เว้ไส้สันนอกหมูและกุ้งลายเสือ เสิร์ฟพร้อมน้ำปลาหวานอมเปรี้ยว (238,000 ดอง) นอกจากนี้ยังมีเมนูสลัดให้เลือกถึง 6 รายการ ซึ่งผสมผสานวัตถุดิบจากทั้งบนบกและในทะเล พร้อมด้วยซุปและอาหารมังสวิรัติอีกมากมาย สำหรับของหวาน ลองชิมพานาคอตต้ามะพร้าว (188,000 ดอง) เสิร์ฟพร้อมซอสเบอร์รีคูลิส

พื้นที่อันเงียบสงบและอบอุ่นแห่งนี้เป็นสถานที่หลีกหนีจากความวุ่นวายบนท้องถนนของฮานอย ปรัชญาการทำงานของร้าน T-Art นั้นเรียบง่าย นั่นคือการเสิร์ฟอาหารรสเลิศที่จัดจานอย่างสวยงาม ปรุงด้วยวัตถุดิบสดใหม่ และจับคู่กับไวน์ชั้นเยี่ยมที่เข้ากันอย่างลงตัว The T-Art ตั้งอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบคืนดาบ (Hoan Kiem Lake) ในย่านเมืองเก่า (Old Quarter) โดยเปิดให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เชฟไฮ อัญ (Hai Anh) รังสรรค์อาหารเวียดนามร่วมสมัยที่ผสมผสานระหว่างประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัยได้อย่างสร้างสรรค์ เมนูซิกเนเจอร์ ได้แก่ ปูซอสมะขาม (119,000 ดอง) เสิร์ฟพร้อมซอสมะขามมายองเนส โรยหน้าด้วยข้าวเกรียบกุ้งกว๋างเจิน (Quang Tran) และเมนู phở bọc tôm (119,000 ดอง) ซึ่งเป็นเมนูจานร้อนสุดสร้างสรรค์ที่ใช้กุ้งพันด้วยเส้นเฝอแล้วนำไปจี่ในกระทะ โรยหน้าด้วยหมูหยอง
ประสบการณ์การฝึกฝนการทำอาหารฝรั่งเศสของเชฟไฮ อัญ โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดในเมนูอาหารจานหลักของ The T-Art เช่น นกพิราบอบใบเตย (269,000 ดอง) เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวและผักดอง เมนูของหวานยังได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสไตล์ฝรั่งเศสที่ผสมผสานความเป็นเวียดนาม เช่น โยเกิร์ตข้าวเหนียวดำ (79,000 ดอง) ซึ่งเป็นการผสมผสานข้าวเหนียวดำหมักจากเดียนเบียน (Dien Bien) เข้ากับโยเกิร์ตเนื้อนุ่มละมุนได้อย่างลงตัว

ในขณะที่นครโฮจิมินห์และฮานอยกำลังเป็นผู้นำด้านอาหารเวียดนามสมัยใหม่ เชฟรุ่นใหม่ของดานังก็กำลังมองหาวิธีการรับประทานอาหารแบบใหม่ๆ อย่างเงียบๆ เช่นกัน ร้านอาหาร Nén ซึ่งตั้งชื่อตามหัวหอมขนาดเล็กที่มีลักษณะกึ่งกลางระหว่างกระเทียมและหอมแดง ได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งใกล้และไกลสำหรับอาหารเวียดนามร่วมสมัยชั้นเลิศ ความรักในวัตถุดิบเวียดนามของเชฟและบล็อกเกอร์ท้องถิ่นอย่าง Summer Le ฉายประกายผ่านร้านอาหารในสวนของเธอ ซึ่งนำเสนอผลผลิตที่ปลูกเองในเมนูชิมอาหารเชิงทดลอง
Nén มีเมนูชิมอาหารให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ New Vietnamese, Refined Vietnamese และ Green Vietnamese ในราคาท่านละ 893,000 VND พบกับเมนูต่างๆ เช่น หมี่กว๋างราดซอสเพสโตเวียดนาม หอยลาย ฟองส้มจี๊ด และฟองเต้าหู้กรอบ ปลาหมึกนึ่งน้ำปลาขิง มูสมะม่วง และมะพร้าวสด และแกงขนุนอ่อนสำหรับผู้ที่ชอบการผจญภัย ของหวานในเมนูชิมแต่ละเมนูก็แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์อย่างมากเช่นกัน ไอศกรีมขิงโฮมเมดเสิร์ฟพร้อมเต้าฮวยเนื้อเนียนและน้ำเชื่อมขิงเป็นการปิดท้ายที่โดดเด่น อาหารแต่ละรายการในเมนูชิมได้รับการจับคู่อย่างพิถีพิถันกับไวน์โลกเก่าและโลกใหม่
Mango Mango เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนในฮอยอันในปี 2008 และได้รับชื่อเสียงในหมู่ผู้ชื่นชอบอาหารอย่างรวดเร็วจากการรังสรรค์อาหารเวียดนามและอาหารเอเชียอย่างสร้างสรรค์ ร้านอาหารนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำทูโบน การตกแต่งภายในที่สดใสและมีสีสันของร้านเป็นคำใบ้แรกที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ของเชฟ Duc Tran (เขาออกแบบร้านอาหารด้วยตัวเอง) เมนูอาหารเรียกน้ำย่อยประกอบด้วยเมนู เช่น Geisha Fish (185,000 VND) ปลากะพงแดงเทมปุระคลุกเคล้ากับพริกไทยอ่อน กระเทียม และเมล็ดงา และ Lust In Translation (120,000 VND) ทูน่าม้วนในสาหร่ายโนริและใบเมี่ยงญวนทอดกรอบ ราดด้วยซอสโยเกิร์ตเสาวรสและสะระแหน่ อาหารจานหลักก็สร้างสรรค์ไม่แพ้กัน เชฟ Duc มีความโดดเด่นในการใช้อาหารทะเล ผัก และผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ของฮอยอันมารังสรรค์เป็นเมนูต้นตำรับที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติ ทว่ายังคงความเป็นเวียดนามอย่างชัดเจนในเรื่องความสมดุลของรสชาติและเนื้อสัมผัส
Whale Spirit Bar พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเขตร้อนที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น (ลองสั่ง Asian Invasion) เลานจ์บาร์บนชั้นสามพร้อมเปียโนและระเบียงรอบด้านช่วยให้ชมวิวเมืองฮอยอันได้จากทั้งสามทิศทาง และชั้นสองมีครัวเปิดที่ผู้รับประทานอาหารสามารถชมขั้นตอนการปรุงอาหารแต่ละจานได้