ตระเวนไหว้พระตามวัดต่างๆ
มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และศาสนสถานทั้งขนาดเล็กและใหญ่ราว 200 แห่งกระจายอยู่ตามลาดเขาของภูเขาซัม (Sam Mountain) ร่วมชมพิธีสักการะของคนท้องถิ่นที่วัดเมี้ยวบ่าจั่วซู (Mieu Ba Chua Xu) ปีนผ่านโถงถ้ำที่วัดจั่วฮาง (Chua Hang หรือวัดถ้ำ) หรือชื่นชมสถาปัตยกรรมของวัดเตย์อาน (Tay An Pagoda)
ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น
วงการอาหารของเจิวด๊กโดดเด่นด้วยวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทั้งบนบกและในน้ำ เมนูขึ้นชื่ออย่างบุ๋นก๋าบงเดียนเดียน (Bun Ca Bong Dien Dien) เป็นเมนูยอดนิยมเสมอ ทานขนมบ๋านบ่อทตโหนด (Banh Bo Thot Not) เพื่อเติมความหวาน และอย่าเพิ่งกลับถ้ายังไม่ได้ลองดินเนอร์หม้อไฟเลิมมั้ม (Lau Mam)
ล่องเรือชมป่าจ่าซู
นกมากกว่า 70 สายพันธุ์อาศัยอยู่ในป่าเสม็ดจ่าซู (Tra Su Cajuput Forest) ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการดื่มด่ำกับธรรมชาติ ล่องเรือชมป่าพรุน้ำท่วมขังด้วยเรือตั๊กซาง (Tac Rang - เรือหางยาวท้องถิ่น) และเรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพของภูมิภาคนี้
เยี่ยมชมหมู่บ้านลอยน้ำ
สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดด้วยการทัวร์หมู่บ้านลอยน้ำของเจิวด๊ก ซึ่งเป็นชุมชนประมงเก่าแก่อายุ 50 ปีบนแม่น้ำเหิ่ว (Hau River) บ้านเรือนที่นี่สร้างขึ้นบนแพและทำหน้าที่เป็นฟาร์มเลี้ยงปลาไปในตัว โดยมีการเลี้ยงปลาดุกและปลากะพงเพื่อจำหน่าย
เรียนรู้วัฒนธรรมชาวจาม
เจิวด๊กเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวจามที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม โดยมีเจิวซาง (Chau Giang) และเจิวฟอง (Chau Phong) ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ สองเกาะฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเหิ่ว แวะชมมัสยิดมูบารัก (Mubarak Mosque) ที่งดงามตระการตา ทัวร์บ้านใต้ถุนสูงโบราณ และลิ้มลองอาหารพื้นเมืองของชาวจาม
เจิวด๊กมีสองฤดู คือ ฤดูฝนและฤดูแล้ง ฤดูฝนเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคมและสิ้นสุดในเดือนตุลาคม โดยช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายนจะเป็นช่วงน้ำหลาก ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเยี่ยมชมป่าจ่าซูและหมู่บ้านลอยน้ำ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เจิวด๊กจะมีอากาศแจ่มใสและแห้งสบาย พร้อมท้องฟ้าสีครามและสายลมโชยเย็นสบาย
ในการเดินทางไปยังเจิวด๊ก นักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ๆ ในเวียดนามสามารถบินมาลงที่สนามบินเกิ่นเทอ (Can Tho Airport) จากนั้นขับรถต่ออีกสามชั่วโมงเพื่อไปยังเมืองเจิวด๊ก สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากโฮจิมินห์ซิตี้ ก็สามารถนั่งรถบัสตรงหรือรถยนต์ส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณหกชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีบริการเรือสำราญสุดหรูวิ่งระหว่างเกิ่นเทอและเจิวด๊ก รวมถึงจากกัมพูชาเข้ามายังเวียดนาม ซึ่ง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางแบบสโลว์ไลฟ์